คุณเหมาะกับ iphone 5 หรือไม่มาดูกัน

หากคุณลังเล ว่าจะเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนตราแอปเปิลดีหรือไม่
ลองมาดูกันค่ะ 10 สิ่งที่บ่งบอกว่าคุณอาจไม่เหมาะกับ ไอโฟน 5

30 ต.ค. 55 หากความสวยงามของ ไอโฟน 5 ทำให้คุณลังเล
แต่ก็ยังมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ ว่าจะเอาดีไม่เอาดี
วันนี้เราจึงได้สรุปอาการบางอย่าง ที่อาจจะพอเป็นตัวบ่งบอกได้ว่า
คุณอาจจะไม่ได้ต้องการ ไอโฟน 5 จริงๆ จะมีอะไรบ้างนั้นลองมาดูกันเลยค่ะ

1. คุณเป็นคนไม่ชอบรักษาของ

อย่างที่รู้กันดีว่า ไอโฟน 5 นั้นทำมาจากอลูมิเนียมผิวด้าน
ซึ่งวัสดุแบบนี้จะสามารถเป็นรอยได้ง่ายมากๆ เพียงแค่นำใส่กระเป๋าสะพายเพียงแค่ครั้งเดียว
นั่นอาจหมายถึงรอยขีดขวนอย่างชัดเจนประมาณ 2-3 รอยได้เลย ซึ่งทางแก้ก็คือ
รักษามันอย่างสุดชีวิต หรืออาจจะใช้อุปกรณ์เสริมจำพวกเคสและฟิล์มกันรอยรอบตัวมาติดให้ยุ่งยากกันเข้าไปหน่อย
ดังนั้นนี่คงไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับขาลุยแน่ๆ

2. คุณคิดว่า ไอโฟน 4เอส น้ำหนักพอดีมืออยู่แล้ว

สิ่งหนึ่งที่สุดยอดมากๆ ใน ไอโฟน 5 ก็คือน้ำหนักเครื่องที่เบามาก
จนบางคนรู้สึกว่าเบาเกินไป ซึ่งจากที่เราได้ลองทดสอบใช้งานมาเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร
ก็ยอมรับตามตรงว่ายังไม่ถนัดกับน้ำหนักของตัวเครื่อง ไอโฟน 5 ที่เบาเกินไป
ทำให้เวลาหยิบจับขึ้นมาใช้จะรู้สึกแปลกๆ และให้ความรู้สึกเหมือนไม่ทนทานเทียบกับรูปลักษณ์ที่เห็น
ซึ่งหลายๆ คนคิดว่าน้ำหนักระดับ ไอโฟน 4เอส ดูกระชับมือมากกว่า

3. คุณเป็นคนไม่ชอบรอ

ในขณะที่กำหนดการเปิดตัว ไอโฟน 5 ในบ้านเรายังเงียบเป็นปริศนา
บ้างก็ว่าปลายเดือนตุลาคม บ้างก็บอกต้นเดือนพฤศจิกายน แม้จะเปิดให้จับจองผ่านทางเว็บไซต์
แต่ที่แน่ๆ หาก ไอโฟน 5 เปิดตัวจริงๆ จังๆ เมื่อไหร่ เราจะได้เจอมหกรรมแห่งการต่อคิวซื้ออีกครั้ง
และครั้งนี้ดูเหมือนจะทวีความนิยมมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอีก
ซึ่งน่าจะทำให้คิวการสั่งซื้อและสั่งจองยาวมากกว่าเก่า โดยหากจะซื้อกันแบบง่ายๆ
ก็น่าจะเลยไปถึงช่วงสิ้นปีหรือต้นปีหน้ากันเลยทีเดียว

4. คุณไม่ได้เป็นคอเกม

หน้าจอที่ยาวขึ้นของ ไอโฟน 5 ทำให้การใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ
สะดวกขึ้นก็จริง แต่คงเถียงไม่ได้ว่าหน้าจออัตราส่วน 16:9 นั้นทำให้การเล่นเกมสนุกขึ้นมาก
ซึ่งนี่น่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดของหน้าจอที่ยาวขึ้นบน ไอโฟน 5
นอกเหนือจากประโยชน์ในการแสดงผลเว็บไซต์ ดังนั้นหากคุณเป็นหนึ่งคนที่มองว่าการเล่นเกมเป็นเรื่องไร้สาระ
แต่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ที่เพิ่มเข้ามาสักเท่าไร จอที่ยาวขึ้นคงไม่มีผลอะไรกับคุณ

5. คุณไม่ชอบพกสายชาร์จหลายเส้นหรืออะแดปเตอร์

การเปลี่ยนไปใช้สาย ไลท์นิง สร้างประโยชน์มากมายให้กับคนที่ใช้ ไอโฟน 5
เพียงเครื่องเดียว แต่หากคุณเป็นคนที่มีอุปกรณ์ ไอโอเอส หลายเครื่องล่ะ!?
คุณอาจจำเป็นต้องพกสายชาร์จมากกว่าหนึ่งเส้นสำหรับการเดินทางไกล
หรืออาจจะต้องมีอะแดปเตอร์แปลงหัว 30-พิน เป็น ไลท์นิง ไปด้วยอีกชิ้น (ต้องเสียเงินซื้อเพิ่มอีก)
ซึ่งหากเป็นแต่ก่อนเรายังพอวัดดวงได้ว่าเพื่อนของเราจะเอาสายชาร์จไปด้วยหรือเปล่า (ซึ่งก็ไม่ดีเหมือนกัน)
แต่คราวนี้ดูเหมือนคุณจะต้องพึ่งตัวเองสถานเดียวแล้ว

6. คุณมีอุปกรณ์เสริมของ ไอโฟน 4 / 4เอส เยอะมาก

อุปกรณ์เสริมทั้งหลายที่คุณเคยซื้อมาใช้กับ ไอโฟน 4 / 4เอส ไม่ว่าจะเป็นเคส ,
ลำโพง , อุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ โดยส่วนมากถ้าออกแบบมาให้พอดีกับรูปร่างของ ไอโฟน 4 / 4เอส
จะไม่สามารถใช้กับ ไอโฟน 5 ได้ แน่นอนว่าเพราะรูปร่างของทั้งสองรุ่นนั้นแตกต่างกันพอประมาณ
ทำให้อุปกรณ์บางอย่างก็แทบจะใช้ร่วมกันไม่ได้เลยต่อให้มีอะแดปเตอร์แปลงหัวเชื่อมต่อแล้วก็ตาม
(เพราะตัวแปลงก็มีขนาดใหญ่พอสมควร) นั่นหมายความว่าถ้าคุณยังรักอุปกรณ์เสริมที่สำหรับใครบางคนแล้วมูลค่ามากกว่า
ไอโฟน 4เอส ทั้งเครื่องเสียอีก การเปลี่ยนเป็น ไอโฟน 5 ก็อาจเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักหน่อย

7. คุณเป็นคนนิ้วสั้น

เรื่องนี้ไม่ได้พาดพิงใครที่ไหนเพราะเกิดขึ้นกับตัวเองล้วนๆ โดยปรกติแล้ว ไอโฟน 4เอส
นั้นจะมีส่วนสูงที่พอดีกับนิ้วมือคนอยู่แล้ว และถึงแม้ใครจะนิ้วสั้นก็สามารถใช้งานได้ด้วยมือเดียวไม่ยาก
แต่สำหรับ ไอโฟน 5 ที่จอยาวขึ้นนั้นแน่นอนว่าตำแหน่งไอคอนหรือปุ่มต่างๆ
ที่อยู่ด้านบนสุดนั้นจะลำบากในการกดด้วยมือเดียวพอสมควร ดังนั้นใครที่ติดนิสัยชอบใช้มือเดียวทั่วหน้าจอ คงต้องลำบากกันหน่อย

8. คุณไม่ชอบจอสีสดเกินไป

หน้าจอของ ไอโฟน 5 นั้นได้รับการปรับปรุงให้มีสีสันที่สดใสมากๆ
แต่ในบางครั้งก็สดใสเกินไปจนดูแปลกตาไปเลยก็มี เช่น การแสดงผลสีเขียวที่มีความอิ่มตัวแบบสุดๆ
จนให้ความรู้สึกเหมือนจอของสมาร์ทโฟนจากซัมซุงที่ขึ้นชื่อเรื่องจอสีสดอยู่แล้ว
ซึ่งหากเทียบกับจอของ ไอโฟน 4เอส จะเห็นได้ชัดว่าจอแบบเดิมนั้นสีดูสบายตากว่า เพราะไม่แรงจนเกินไปนั่นเอง

9. คุณไม่อยากสูญเงินเดือนละหนึ่งพันบาท

จริงๆ อุปกรณ์ไอทีเกือบทุกชิ้นในโลกจะเสื่อมราคาลงตามระยะเวลาในการใช้งาน
ซึ่ง ไอโฟน ก็ไม่มีข้อยกเว้น โดยจากค่าเฉลี่ย หากเราซื้อ ไอโฟน 5 มาในราคาประมาณ 24,000 บาท
เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี จนถึงเวลาที่ ไอโฟน 6 (นามสมมติของ ไอโฟน รุ่นใหม่)
ออกวางจำหน่าย และเราก็อยากจะขายเครื่องเก่าและซื้อเครื่องใหม่
นั่นจะทำให้เราเสียเงินค่าเสื่อมราคาไปประมาณเดือนละ 1,000 บาท
และยังไม่รวมถึงค่าอุปกรณ์เสริมและฟิล์มกันรอยที่ต้องซื้อใหม่หมดยกแผง ซึ่งอาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนมีมากกว่าหนึ่งพันบาทก็เป็นไปได้

10. คุณเกลียดแอปเปิล

หากสินค้าตราแอปเปิลเป็นอะไรที่คุณรู้สึกไม่ถูกชะตา
สินค้าก็ยอมรับไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้คุณคอยคิดลบใส่บริษัทตราผลไม้นี้
และ 9 ข้อที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่เหตุผลหลักเท่าข้อนี้ นั่นหมายความว่า ไอโฟน 5 ก็คงไม่เหมาะกับคุณเท่าไร
ซึ่งตัวเลือกในตลาดดีๆ ก็มีอีกมากมายที่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ไม่แพ้กัน

thank : teenee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

'